The Legend Of ALPINA E30

 

C1, C2

ในช่วงแรกๆ ของตัวถัง E30 ALPINA เริ่มต้นโดยการเล่นกับเครื่อง 6 สูบบล็อกเล็กเป็นอันดับแรก หลังจากประสพความสำเร็จเป็นอย่างมากกับการใช้เครื่องบล็อกนี้จากรุ่น C1 ในตัวถังของ E21 โดยรุ่นต่อๆมาของรถ Series3 ก็จะเป็นการใช้เครื่อง 6 สูบทั้งหมด ซึ่งสามารถแยกออกเป็นรุ่นๆ ได้ดังต่อไปนี้

• C1 2.3 170 bhp ผลิตขึ้นทั้งหมด 35 คัน
• C1 2.5 190 bhp ผลิตขึ้นทั้งหมด 50 คัน
• C2 2.5 185 bhp ผลิตขึ้นทั้งหมด 74 คัน
• C2 2.7 210 bhp (คันในรูป) ผลิตขึ้นทั้งหมด 108 คัน
• C2 2.7 catalyst 204 bhp ผลิตขึ้นทั้งหมด 52 คัน.
• B3 2.7 catalyst 204 bhp ผลิตขึ้นทั้งหมด 257 คัน

 

 

B6-2.8 ตัวใหม่นี้เป็นตัวที่ ALPINA ผลิตออกมาเพื่อสืบทอดความสำเร็จต่อจาก B6 รุ่นเดิมในตัวถัง E21 ALPINAเริ่มต้นผลิตรุ่นนี้ในเดือนพฤศจิกายนปี 1983 จนถึงเดือนกรกฎาคมปี 1986 รวมที่ผลิตออกมาทั้งหมด 259 คัน

เครื่องยนต์ เหมือนกับ B6 ตัวแรก ALPINA ผลิตรถ B6 โดยดัดแปลงจากรุ่น 323i และนำเครื่อง 6 สูบ 2800 cc มาใส่ซึ่งเดิมๆก็มีอยู่ 184 bhp แต่แน่นอน Alpina ทำการโมดิฟายเพื่อเพิ่มแรงม้าให้มากขึ้น ALPINA ทำการปรับปรุงห้องเผาไหม้ เปลี่ยนลูกสูบเป็นหัวนูน และน้ำหยักเบาของ Mahle เปลี่ยนแคมชาฟต์องศาสูงแล้วขยาย+ขัดพอร์ทใหม่ และ เปลี่ยนชุดท่อไอเสียใหม่ทั้งหมด ซึ่งทำให้ได้แรงม้าเพิ่มเป็น 210แรงม้า

ช่วงล่าง เบรค ALPINA ได้เปลี่ยนช่วงล่างทั้งหมด มาเป็นโช๊คอับแกสและสปริงของ Bilstein แล้วเปลี่ยนจานเบรกหน้าหลังเป็นของ Girling ที่ใหญ่ขึ้น และเป็นแบบมีช่องระบายความร้อนที่ล้อหน้า โดยล้อและยางที่ใส่จะเป็น 7X16 และใส่ยาง 205/50 ทั้งหน้าและหลัง

ภายใน/ภายนอก ALPINA เปลี่ยนเบาะทั้งคันเป็น RECARO และเปลี่ยนพวงมาลัยมาเป็นหนังแท้ของ ALPINA เอง และเปลี่ยนหัวเกียร์ กับเปลี่ยนหน้าปัดใหม่ซึ่งมีเข็มสีแดง สำหรับรองรับความเร็วปลายที่สูงขึ้น ส่วนภายนอกนั้น ALPINA ได้เพิ่มสปอยเล่อร์หน้า และหลัง พร้อมกับคาดลาย ALPINA ทั้งที่สปอยเล่อร์หน้า และตัวถังด้านข้าง

สมรรถนะ ใกล้เคียงกับ B6-2.8ในตัวถัง E21 รถ B6-2.8 ในตัวถัง E30 นี้สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 ได้ใน 6.9 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 230 กม/ชม

 

 

B6-3.5 ALPINA เริ่มผลิต B6 3.5 คันแรกตั้งแต่สิงหาคม 1984 โดยใช้พื้นฐานจาก 325i ในตัวถัง E30 รุ่นที่2 (กันชนไฟเบอร์) และเริ่มบรรจุ option รุ่น catalyst (เครื่องกรองไอเสีย) ให้กับ B6 นี้ตั้งแต่ปี 1986 และกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของ B6 ในปี 1987รถรุ่น B6 นี้ได้ทำการผลิตจนกระทั่งในเดือนธันวาคม 1990 รวม B 3.5 ทั้ งหมดที่ ALPINA ผลิตออกมาคือ 219คัน

เครื่องยนต์ มาในรุ่นนี้ Alpina หันมาใช้เครื่อง 6 สูบบล็อกใหญ่สุดคือ 3,500 cc วางลงในตัวถัง E30และก็โมดิฟายตามสูตรสำเร็จคือ ทำฝา และเสื้อสูบ ปัดพอร์ท และเปลี่ยนลูกสูบแรงหัวนูน น้ำหนักเบา เพื่อเพิ่มแรงอัดในกระบอกสูบ แล้วก็เปลี่ยนแคมชาร์ฟ และระบบคายไอเสียใหม่เป็นของ ALPINAเอง ALPINA สามารถรีดแรงม้าออกมาได้จากเครื่อง 3.5 ตัวนี้ถึง 261 bhp และมีแรงบิด 346 Nm. ส่วนรุ่นที่มี catalyst แรงม้าจะลดลง 3% เหลือ 254 bhp ส่วนระบบเกียร์ก็ถูกเปลี่ยนเป็น 5-speed ของ Getrag

ช่วงล่าง เบรค ALPINA ได้เปลี่ยนช่วงล่างทั้งหมดโดยเปลี่ยนโช๊คอับ หน้าและหลังมาใช้แบบแกสของ Bilstein และใช้สปริงแบบ Progressive แล้วเปลี่ยนจานเบรกหน้าหลังเป็นของ Girling ที่ใหญ่ขึ้น และเป็นแบบมีช่องระบายความร้อนที่ล้อหน้า โดยล้อและยางที่ใส่จะเป็น 7X16 และใส่ยาง 205/50 ทั้งหน้าและหลัง

ภายใน/ภายนอก ALPINA เปลี่ยนเบาะทั้งคันเป็น RECARO โดยใช้ผ้าหุ้มของ ALPINA เอง และเปลี่ยนพวงมาลัยมาเป็นหนังแท้ของ ALPINA เอง และเปลี่ยนหัวเกียร์ กับเปลี่ยนหน้าปัดใหม่ซึ่งมีเข็มสีแดง สำหรับรองรับความเร็วปลายที่สูงขึ้น และเพิ่มอุปกรณ์ digital-instruments ที่หน้าช่องแอร์ ซึ่งสามารถบอกข้อมูลต่างๆ ให้ผู้ขับได้ทราบ ส่วนภายนอกนั้น ALPINA ได้เพิ่มสปอยเล่อร์หน้า และหลัง พร้อมกับคาดลาย ALPINA ทั้งที่สปอยเล่อร์หน้า และตัวถังด้านข้างตามปกติ

สมรรถนะ ALPINA เคลมว่า B6-3.5 ในตัวถัง E30 นี้สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 ได้ใน 6.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 250 กม/ชม แต่จากการทดสอบของหนังสือ Auto Motor und Sport B6 3.5นี้ สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 ได้เพียงแค่ใน 6.0 วินาที 0-160 ใน 14.6วินาที 0-200 ใน 26.2วิ และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 253 กม/ชม ส่วนรุ่นที่มีเครื่องกรองไอเสียจะช้ากว่านิดหน่อยคือ 0-100 ที่ 6.6วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 246กม/ชม

 

 

B6-3.5s คราวนี้มาลองดูรุ่นสุดยอดของ E30 ที่ ALPINA ทำเอาไว้ซึ่งก็คือ B6 3.5s

B6 ตัวนี้มีพื้นฐานมาจาก M3 ตัวแรกที่หลายคนว่ากันว่าเป็น 1 ในรถแข่งในคราบรถบ้านที่ดีที่สุดคันหนึ่งของ BMW แต่ข้อด้อยของ M3 ตัวนี้ก็คือการใช้เครื่องยนต์แบบ 4 สูบซึ่งให้ความรู้สึกที่ดิบเกินไป และไม่ราบรื่นเหมือนเครื่องยนต์ 6 สูบจึงยังไม่เหมาะกับการใช้งานทุกวันเป็นรถบ้าน และไม่เป็นที่พอใจของนักเลงรถบางคน ดังนั้น ALPINA จึงได้นำ M3ตัวนี้มาปรับปรุงเสียใหม่โดยการใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกับ B6 3.5 คือเครื่อง 6 สูบ 3500cc แต่ปรับปรุงขึ้นไปอีกจนได้แรงม้าถึง 254 bhp และเปลี่ยนจากการใช้เกียร์ Getrag 5-speed ที่ใช้ใน B6 ทุกรุ่นมาใช้เกียร์ลูกใหม่ซึ่งเรียกว่า "sportgetriebe" ซึ่งเป็นแบบเกียร์ 1 ต้องดันซ้ายแล้วกดลงล่าง ซึ่งเกียร์ลูกนี้มีชื่อเล่นว่า Dogleg ALPINA ผลิต B6 3.5s ตัวนี้ออกมาแค่ 62 คัน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 1987 ถึง เดือนธันวาคนปี 1990

ช่วงล่าง เบรค B6 3.5S นี้ใช้แชสซีตัวเดียวกับ M3 ที่ว่ากันว่าเป็นตัวถังที่ดีที่สุดตั้งแต่ BMW ผลิตออกมาเลยทีเดียว ดังนั้น ALPINA จึงไม่ได้ทำอะไรมากกับช่วงล่างมากนัก ส่วนที่ B6 จะแตกต่างจาก M3 ธรรมดาก็คือ M3 ธรรมดานั้นจะใช้สปริงของ AC Schnitzer ส่วน B6 นั้นจะเปลี่ยนมาใช้สปริงหน้าที่แข็งกว่ามากเพื่อรับน้ำหนักกของเครื่อง 6 สูบที่หนักกว่าเดิม ส่วนเบรคก็ยังคงเหมือนกับ B6 3.5 ที่ใหญ่กว่า M3 อยู่แล้ว และเปลี่ยนล้อหน้าหลังเป็นกว้าง 8นิ้วทั้งหมด แล้วสวมยาง 225/45 แค่นี้ก็ทำให้ B6 3.5s นี้เป็นรถ E30 ที่แรงและเกาะที่สุดของ E30 แล้ว

ภายใน/ภายนอก ALPINA ตกแต่ง B6 ตัวนี้เหมือนกับตัวอื่นคือเปลี่ยนเบาะทั้งคันเป็น RECARO โดยใช้ผ้าหุ้มของ ALPINA เอง และเปลี่ยนพวงมาลัยมาเป็นหนังแท้ และเปลี่ยนหัวเกียร์ของ ALPINA กับเปลี่ยนหน้าปัดใหม่สำหรับรองรับความเร็วปลายที่สูงขึ้น และเพิ่มอุปกรณ์ digital-instruments ที่หน้าปัด ส่วนภายนอกนั้น ALPINA ได้เพิ่มสปอยเล่อร์หน้า และหลัง พร้อมกับคาดลาย ALPINA ทั้งที่สปอยเล่อร์หน้า และตัวถังด้านข้างตามปกติ

สมรรถนะ ALPINA เคลมว่า B6-3.5sนี้สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม/ชม ได้ใน 6.4 วินาทีซึ่งเท่ากับ B6 3.5 แต่ใน B6 3.5s นี้จะให้อัตราเร่งที่ดีกว่าในความเร็วที่สูงขึ้น อันเนื่องมาจากแรงม้าที่มากกว่า และ ตัวถังที่มี Aerodynamics ที่ดีกว่า โดย B6 3.5s จะความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 251 กม/ชม ซึ่งจะมากกว่าM3 Evolutionที่สุดแค่ 248 กม/ชม.

 

   

B6s 3.5 ที่ based จาก M3

   

   

C2-2.7 Touring หาดูยากหน่อย

   

   

B6-2.7 Cabrio

   

   

Alpina จากโรงงานที่ Buchloe ขับซ้ายเท่านั้น
แต่จะมี Dealer ใน UK ชื่อ SYTNER จะเป็น alpina-certified dealer ในการแปลงเป็นขับขวาได้

   

   

C1-2.5 Baur-Cabrio นานๆ จะได้เห็นรูปซะที

   

   

เป็น B6s กับ B6sGP Alpina-Michelin Work Car สีเขียว
สมัยนั้นแข่งกับพวก MB2.5-16 Evo ใน German Touring ก่อนจะเรียกว่า DTM

   

Brought To You By R1000 & TKz

Back