|
แอร์เย็นๆ และน้ำยาแอร์ เพื่อนๆ เคยเจออาการอย่างนี้มั้ยครับ คือเวลาขับรถอยู่ดีๆ มีควันขาวๆออกมาทางช่องแอร์ แล้วแอร์ก้อไม่เย็นโดยเฉพราะตอนเช้าๆ กะตอนกลางคืน สาเหตุโดยส่วนใหญ่มาจากระบบแอร์เป็นน้ำแข็งครับ อาการนี้ส่วนใหญ่มาจากน้ำยาแอร์ขาด หรือ การที่เราปรับหรือเปิดเทอร์โมสตรัทปรับน้ำยาไว้มากเกินไป แล้วปรับสปรีดพัดลมไว้น้อยเกินไป ทำให้ตัวคอยล์เย็นหรือตู้แอร์เย็นจัด พัดลมไม่สามารถเป่าระบายความเย็นได้ทัน ทำให้เกิดเป็นน้ำแข็งเกาะที่ตู้แอร์ ทำให้พัดลมที่อยู่ข้างหลังคอยล์เย็นไม่สามารถเป่าลมให้ทะลุผ่านได้ น้ำยาแอร์ขาดก้อเป็นอีกสาเหตุหนึ่งครับ การจะดูว่าน้ำยาแอร์ขาดสามารถดูได้จากช่องไดเออร์ครับ คือเวลาที่เราเปิดแอร์จะเห็นมีฟองอากาศเล็กน้อยครับ แต่ถ้าเราเร่งเครื่องฟองอากาศก้อจะหายไป แต่ถ้ายังมีฟองอยู่อีกมาก แสดงว่าน้ำยาแอร์ขาดครับ หรือสังเกตุจากเสียงการฉีดน้ำยาแอร์ก้อได้ครับ คือจะมีเสียงดัง ฟี้ดๆ ยาวๆมากกว่าปกติ ก้อแสดงว่าน้ำยาแอร์ขาด อีกกรณีนึงที่เป็นตัวการ คือตู้แอร์สกปรกมาก คือไม่เคยล้างตู้แอร์เลย วิธีสังเกตุว่าตู้แอร์สกปรกสังเกตุได้ตอนเช้าๆจะได้กลิ่นเหม็นอับ ต้องให้ช่างล้างทำความสะอาดครับ สำหรับ ซีรี่ 3 ต้องรื้อคอนโซลรถครับ แต่ถ้าเป็นซีรี่ 5 ไม่ต้องรื้อคอนโซลครับ เพียงแค่รื้อออกด้านข้างก้อรื้อได้แล้ว ถ้าร้านไหนบอกว่าซีรี่ 5 ต้องรื้อคอนโซลต้องถามนิดนึงว่าเพราะอะไร ความจำเป็นในการรื้อคอนโซลสำหรับซีรี่ 5 คือมีกลิ่นหมักหมมเยอะมากตอมโฟมที่บุไว้ภายใน รู้แล้วก้อหมั่นดูแลระบบแอร์นิดนึงน่ะครับ เวลาจะสตาร์ทรถก้อให้ปิดระบบต่างๆก่อนสตาร์ทน่ะครับ อุปกรณ์ต่างๆจะได้อยู่กับเรานานๆ ..
ปกติ ณ ปัจจุบันนี้น้ำยาแอร์ที่ใช้เติมในระบบแอร์รถยนต์นั้น จะเป็นน้ำยา 134A และ R12 โดยที่น้ำยาแอร์ 134A นั้นจะเป็นน้ำยาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมคือไม่มีสารที่ไปทำลายชั้นบรรยากาศของโลกเวลาที่ปล่อยน้ำยาแอร์ออกมาหรือเกิดการรั่วไหลของน้ำยาแอร์ออกมา สำหรับ R12 น้ำยาที่ถูกปล่อยออกมานั้นจะมีผลต่อชั้นบรรยากาศของโลก ดังนั้นเมื่อ หลายปีที่ผ่านมาจึงมีการรณรงค์ให้เลิกใช้น้ำยาแอร์ R12 ปัจจุบันน้ำยาตัวนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็น MR12 ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเหมือนกับ 134A รถยนต์รุ่นใหม่ๆนี้ ส่วนใหญ่จะใช้น้ำยา 134A กันเป็นส่วนใหญ่ รถเก่าๆบางรุ่นก้อจะใช้ MR12 แทนแล้ว เพื่อนๆหลายคนเคยสงสัยมั้ยครับว่า น้ำยาสองตัวนี้สามารถเติมในคอมเลสเซอร์ตัวเดียวกันได้มั้ย คำตอบคือไม่ได้ เพราะซีล ยางต่างๆ หรือระบบจะไม่เหมือนกัน ซึ่งจะทำให้ระบบแอร์เสียหายได้ แต่โดยทั่วๆไปแล้ว หัวต่อที่ๆใช้เติมน้ำยาแอร์ของน้ำยาทั้งสองน้ำยาจะไม่เหมือนกัน เวลาที่ช่างเค้าเติมจึงไม่ค่อยผิด แต่ก้อมีเหมือนกันในคอมเพลสเซอร์บางตัวอาจจะบอกเราไม่ได้ว่าต้องใช้น้ำยาอะไร อันนี้ต้องระวังให้ดี เวลาที่ช่างเค้าเติมน้ำยา โดยเฉพาะในบางครั้งมีการนำคอมเพลสเซอร์รุ่นอื่นมาแปลงใส่เข้าไป ถ้าจะเปลี่ยนชนิดของน้ำยาต้องเปลี่ยนทั้งระบบก่อนครับ เพื่อนๆ เคยไปเติมน้ำยาแอร์ตามร้านทั่วๆไปมั้ยครับ บางครั้งราคาน้ำยาแอร์บางร้านถูกมากๆ เมื่อเทียบกับอีกร้านนึง สาเหตุโดยส่วนใหญ่คือ ในบางร้านเค้าจะเอาแก๊สเติมเข้าไปแทนน้ำยาแอร์จริงๆก่อนเพื่อประหยัดน้ำยาแอร์ในปริมาณที่มากกว่าน้ำยาแอร์จริงๆ ผลก้อคือ แอร์จะไม่ค่อยเย็นฉ่ำเท่าที่ควร และอาจจะเป็นระเบิดเวลาดีๆนี่เอง เพราะน้ำยาหรือแก๊สที่ร้านพวกนี้นำมาใช้บางตัวติดไฟได้และถ้าช่างเค้าเติมเยอะเกินไปก้อยิ่งต้องระวัง น้ำมันคอมก้ออีกอย่างที่มีความสำคัญกับระบบแอร์ครับ โดยเฉพาะถ้าน้ำยาแอร์ขาดหรือรั่วออกมา บางคั้งเราแค่เติมน้ำยาแอร์อย่างเดียวแต่ไม่ได้เช็คระดับน้ำมันคอม ก้อจะทำให้คอมเพลสเซอร์เสียหายได้ครับ เพราะเมื่อเกิดการรั่วไหลน้ำมันคอมจะออกมาพร้อมกับน้ำยาแอร์ได้ ทำให้ระบบเสียหายเพราะไม่มีน้ำมันหล่อลื่นในคอมเพลสเซอร์ นานๆไปทำให้คอมเพลสเซอร์น็อกได้ครับ น้ำมันคอมเพลสเซอร์ที่ใช้ต้องเป็นน้ำมันคอมจริงๆน่ะครับ ระวังบางร้านที่ทำแอร์ถูกๆ จะนำเอาน้ำมันไฮดรอลิก SAE10 มาใช้แทน จะทำให้คอมเพลสเซอร์เราพังได้ครับ ระดับน้ำมันคอมเพลสเซอร์ก้อสำคัญ ถ้าเติมเยอะไปก้อจะทำให้ไม่เย็น น้อยไปก้อจะทำให้คอมเพลสเซอร์อยู่กับเราน้อยลง ฉะนั้นเวลาเพื่อนๆ เลือกร้านทำแอร์ก้อขอให้ดูดีๆ น่ะครับจะได้สบายใจเมื่อได้จ่ายตังค์ออกไป
หลักการง่าย ๆ ในการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ คือ การนำความร้อนที่อยู่ภายในห้องออกไปนอกห้อง เมื่อความร้อนนถูกนำออกไปอากาศที่อยู่ในห้องจะมีอุณหภูมิลดลง โดยอาศัยน้ำยาทำความเย็นหรือที่เรียกว่า น้ำยาแอร์ เป็นสื่อในการนำความร้อนออกมาจากห้องปรับอากาศ วงจรทำความเย็นเริ่มจากน้ำยาทำความเย็นในสถานะของเหลวที่มีอุณหภูมิต่ำไหลผ่านส่วนทำความเย็นหรือแฟนคอยล์ยูนิตที่อยู่ภายในห้อง
เมื่อคอมเพรสเซอร์ทำงาน ก็จะทำการดูดน้ำยาแอร์ ที่มีสภาพเป็นก๊าซเข้ามาอัดความดัน และอุณหภูมิให้สูงขึ้น จากนั้นส่งไปตามท่อทางออกของคอมเพรสเซอร์ เข้าสู่คอยล์ร้อน ที่แผงคอยล์ร้อน จะทำหน้าที่ระบายความร้อนของก๊าซเหล่านี้ออกไปตามครีบระบายความร้อน จนกระทั่งก๊าซเหล่านี้จะกลายเป็นของเหลวที่มีความดันสูง ไหลออกจากคอยล์ร้อน ผ่านท่อทางออก ไปเข้าสู่ถังพักน้ำยาแอร์ เพื่อกรองสิ่งแปลกปลอม และดูดความชื้นไปด้วย ขณะนี้น้ำยาแอร์ มีสภาพเป็นของเหลว และความดันสูง ไหลออกจาก ถังพักน้ำยาแอร์ ไปตามท่อเข้าสู่ วาล์วปรับความดัน วาล์วปรับความดัน จะลดความดันของน้ำยาแอร์ลงมา ทำให้อุณหภูมิของน้ำยาแอร์ ลดต่ำลงอย่างมาก เพื่อป้อนเข้าสู่คอยล์เย็น ของเหลวความดันต่ำ อุณหภูมิต่ำ ไหลเข้าสู่คอยล์เย็น ก็จะทำการดูดซับ ความร้อนที่บริเวณรอบๆ ตัวซึ่ง พัดลม (Blower) ก็จะทำหน้าที่ดูดอากาศในห้องโดยสาร ผ่านแผงคอยล์เย็น ผ่านทางท่อลม จนออกไปจากช่องปรับอากาศ ด้านหน้าคอนโซล อากาศร้อนในห้องโดยสาร จะถูกดูดซับออกไปด้วยวิธีนี้ ทางด้านน้ำยาแอร์ ก็จะทำการดูดซับความร้อนวนเวียนอยู่ตามท่อทางเดิน ที่ขดไปมาบนแผงคอยล์เย็น จนแปรสภาพ กลายเป็นก๊าซ ไหลออกจากคอยล์เย็นไปตามท่อ เข้าสู่คอมเพรสเซอร์อีกครั้ง เพื่อเริ่มต้นกระบวนการ อัดความดันน้ำยาแอร์ใหม่อีกรอบ เหตุการณ์แบบนี้ จะเกิดวนเวียนไปเรื่อยๆ จนกว่าคอมเพรสเซอร์ จะหยุดการทำงาน Brought To You By Joe_SAS & Uncle King |
|