The History of ALPINA E36

B6-2.8 เป็นตัวแรกที่ ALPINA เริ่มผลิตออกมาในตัวถัง E36 ซึ่งได้เครื่องยนต์ใหม่มาประจำการคือ M50 ซึ่งALPINAได้เริ่มต้นผลิตรุ่นนี้ตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 1992 จนถึงเดือนกรกฎาคมปี 1993 ซึ่งทำไมถึงต้องเปลี่ยนรุ่นเร็วเดี๋ยวจะกล่าวให้ทราบต่อไป รวม B6-2.8 ที่ผลิตออกมาทั้งหมด 136 คัน

เครื่องยนต์ .. ALPINA เริ่มต้นผลิตรถ B6 โดยดัดแปลงจาก E36 รุ่น 325i และนำเครื่อง 6 สูบ M50 192แรงม้านั้น ทำการโมดิฟายเพื่อเพิ่มแรงม้าให้มากขึ้นโดย ALPINA จับเครื่องตัวนี้มาทำการขยายความจุตามสูตร โดยการยืดทั้งช่วงชัก และ ขยายกระบอกสูบ จาก 2500CC มาเป็น 2752cc และทำการปรับปรุงห้องเผาไหม้ ขัดพอร์ทใหม่ และ เปลี่ยนชุดท่อไอเสียใหม่ทั้งหมดทำให้ได้แรงม้าจากเดิน 192bhp เป็น 237bhp หรือ 177kw/5900rpm และมีอัตราส่วนแรงม้าต่อความจุเครื่องยนต์ 1 ลิตรที่ 84.bhp/litre โดยเครื่องตัวนี้ ต่อมาทาง BMW ก็นำมาพัฒนาต่อตามสูตรของ ALPINA เป็นเครื่องที่บรรจุอยู่ใน 330i E46 นี่เอง

ช่วงล่าง เบรค .. ALPINA ได้เปลี่ยนช่วงล่างทั้งหมด มาเป็นโช๊คอับแก๊สและสปริงของ Bilstein แล้วเปลี่ยนจานเบรกหน้าหลังเป็นของ Lucas ที่ใหญ่ขึ้น และเป็นแบบมีช่องระบายความร้อนที่ล้อหน้า โดยล้อและยางที่ใส่จะเป็น 8X17 กับยาง Michelin 225/50 ที่ล้อหน้าและ 9X17 กับยาง 245/45 ที่ล้อหลัง

ภายใน/ภายนอก .. ALPINA เริ่มเน้นความหรูหรามากขึ้นใน E36 โดยเปลี่ยนเบาะทั้งคันเป็น RECARO ลาย ALPINA โดยเป็นแบบปรับไฟฟ้าทั้งตัวที่คู่หน้าและคาดลาย ALPINA ที่แผงข้างทั้งหมด และเปลี่ยนพวงมาลัยมาเป็นแบบ 3ก้านหนังแท้ของ ALPINA เอง แล้วเปลี่ยนหัวเกียร์ กับเปลี่ยนหน้าปัดใหม่ซึ่งมีเข็มสีแดง สำหรับรองรับความเร็วปลายที่สูงขึ้น และย้ายหน้าปัด digital จากเดิมที่จะอยู่ตรงหน้ากากแอร์ใน E30 มาไว้รวมกันที่เรือนไมล์ ส่วนภายนอกนั้น ALPINA ได้เพิ่มเฉพาะสปอยเล่อร์หน้า พร้อมกับคาดลาย ALPINA ทั้งที่สปอยเล่อร์หน้า และตัวถังด้านข้าง รุ่นนี้ยังไม่มีสปอยเล่อร์หลังครับ

สมรรถนะ .. B6-2.8 ในตัวถัง E36 นี้สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 ได้ใน 6.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 249 กม/ชม

 

B3-3.0 & B3 3.2 มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไม่มากนัก

ในปี 1993 นั้น BMW GMBH ได้ออกรถ M3 ออกมา ซึ่ง BMW M3 E36 ทั้งแรงกว่า และถูกกว่า B6 2.8 อยู่ 7,000 มาร์คเยอรมัน ทำให้ ALPINA ต้องรีบปรับปรุง B6 2.8 มาเป็น B3 3.0 คันแรกตั้งแต่เดือนเมษายน 1993 หลังจากที่เพิ่งเริ่มผลิต B6 2.8 ได้ไม่นาน และวางราคา B3 3.0 ให้ต่ำกว่า BMW M3 อยู่ 1,000 มาร์คเยอรมัน ทำให้รถรุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมากที่สุดในตัวถัง E36 รถ B3 3.0 นี้ได้ทำการผลิตจนกระทั่งในเดือนเมษายน 1993 ถึง เดือนธันวาคม 1995 รวม B3 3.0 ทั้งหมดที่ ALPINA ผลิตออกมาคือ 749 คัน ส่วน B3 3.2 จะเริ่มผลิตตั้งแต่เดือน เมษายนปี 1996 ถึง เดือนมีนาคมปี 1999 รวม B3 3.2ทั้งหมดที่ผลิตคือ 342 คัน ซึ่ง B3 3.2 นี้จะเป็นรุ่นสุดท้ายของ B3 ในตัวถึง E36 และเป็น E36 รุ่นสุดท้ายที่ ALPINA ใช้เครื่อง 6 สูป M50 เพราะรุ่นสุดท้ายของ E36 จะใช้พื้นฐานจากเครื่อง V8 M60!

เครื่องยนต์ และเกียร์ .. ALPINA ได้นำเครื่องยนต์ M50 จาก B6 2.8 มาขยายความจุ โดยการยืดทั้งช่วงชัก และ ขยายกระบอกสูบ มาเป็น 2997cc ทำให้ได้แรงม้าเพิ่มขึ้นอีก 10 bhp เป็น 250bhp หรือ 184kw/5900rpm และได้แรงบิดเท่ากับเครื่อง M3 ที่320 Nm ส่วน B3 3.2 ความจุจะเป็น 3152cc และมีแรงม้าเพิ่มขึ้นเป็น 265bhp หรือ 195kw และแรงบิดที่ 330Nm เครื่องยนต์อาจจะไม่ใช่จุดสำคัญที่สุดสำหรับ B3 รุ่นนี้ เพราะสิ่งที่น่าสนใจที่สุดก็คือ ALPINA ได้เริ่มนำเอา option เกียร์แบบ Switch - Tronic มาเริ่มใช้เป็นครั้งแรก โดยระบบนี้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ที่ปุ่มบนพวงมาลัยได้เลย ทำให้สามารถต่อกรกับ BMW M3 ได้อย่างชนิดหายใจรดต้นคอ เพราะเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับได้อย่างมาก ซึ่งต่อมา BMW GMBH และผู้ผลิตรถอื่นๆก็นำเทคโนโลยีนี้ของ ALPINA ไปบรรจุเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน รถรุ่นต่อๆมา สมัยนี้คงไม่ค่อยตื่นเต้นนักเมื่อได้ยินชื่อระบบเปลี่ยนเกียร์แบบนี้ แต่อย่าลืมว่า ALPINA เริ่มคิดค้นระบบนี้ออกมาบรรจุให้บน Production car ตั้งแต่เมื่อ 11ปีที่แล้ว

ช่วงล่าง เบรค .. ALPINA ยังคงใช้ช่วงล่าง และล้อทั้งชุดเหมือน B6 2.8 โดยโช๊คอับทั้งหน้าและหลังจะเป็นแบบแก๊สของ Bilstein และใช้สปริงแบบ Progressive แล้วเปลี่ยนจานเบรกหน้าหลังเป็นของ Lucas ที่ใหญ่ขึ้น และเป็นแบบมีช่องระบายความร้อนที่ล้อหน้า โดยล้อและยางที่ใส่จะเป็น 8X17 กับยาง 225/50 ที่ล้อหน้าและ 9X17 กับยาง 245/45 ที่ล้อหลังเช่นกัน

ภายนอก/ภายในของ B3 3.0 ยังคงเหมือนกับ B6 2.8 ทุกอย่างยกเว้น เปลี่ยนพวงมาลัยใหม่มาเป็นแบบ Switch-Tronic ซึ่งเปลี่ยนเกียร์ได้ของ ALPINA เอง

สมรรถนะ .. ALPINA ไม่ได้เน้นทำตัว 3.0 นี้ ให้มีอัตราเร่งที่สูงขึ้น แต่ตั้งใจผลิตตัว 3.0 นี้ให้ขับสนุกขึ้นจากแรงบิดที่มากขึ้น อัตราเร่งจาก 0-100 ของ B3-3.0 นี้จึงจะไม่ต่างจาก B6 2.8 ซึ่งทำได้ใน 6.4 วินาที แต่จะมีดีขึ้นที่ความเร็วปลายซึ่งสามารถทำได้ที่ 264 กม/ชม มากกว่า B6 2.8 อยู่ 15 กม/ชม อันเป็นผลมาจากการใช้เครื่องยนต์ที่มีความจุมากขึ้น

คราวนี้มาลองดู B8-4.6 รุ่นสุดยอดของ E36 ที่ ALPINA ทำเอาไว้ทิ้งท้ายไว้ให้กับ E36 เพื่อปราบ BMW M3 evo โดยเฉพาะซึ่งก็คือ B8 4.6

หลังจากที่ BMW GMBH พยายามที่จะวางเครื่อง V8 บล๊อกนี้ลงบนตัวถัง E36 แต่ไม่สำเร็จ แต่ ALPINA สามารถทำได้โดยต้องปรับปรุงตัวถังของ E36 ถึง 42 จุดกว่าจะสามารถวางเครื่องนี้ลงไปได้ โดย ALPINA ได้ให้ทาง BMW เป็นผู้ปรับปรุงตัวถังให้ ตามวิธีของ ALPINA เอง เพื่อเตรียมมาวางเครื่อง V8 นี้ตั้งแต่ในสายการผลิตของ BMW เองเลย

ALPINA ผลิต B8 4.6 โดยการนำเครื่อง 8 สูบแบบ V ตัวนี้ออกมาแค่ 221 คัน ระหว่างเดือนเมษายน 1995 ถึง เดือนพฤศจิกายนปี 1998 โดยใน 221คันนี้ จะมี ตัวเปิดประทุนอยู่แค่ 23 คันเท่านั้น และ ALPINA ยังได้ทำ Version พิเศษคือ B8 4.0 อีก 5 คัน ซึ่ง 5 คันนี้ถูกจำหน่ายไปที่ญี่ปุ่นทั้งหมด

เครื่องยนต์ และเกียร์  .. เครื่อง 4.6 ตัวนี้ ALPINA ใช้พื้นฐานมาจากเครื่อง V8 จาก 540i E34 มาปรับปรุงใหม่ ซึ่งปัญหาของเครื่อง V8 บล๊อกนี้คือ เสื้อสูบจะเป็นแบบเคลือบด้วย Alusil ทำให้ ALPINA ไม่สามารถคว้านกระบอกสูบเพื่อเพิ่มความจุตามสูตรสำเร็จของ ALPINA เองได้ ทาง ALPINA จึงจำเป็นต้องขอให้ BMW หล่อเสื้อสูบใหม่ให้ ALPINA โดยเฉพาะ เมื่อสามารถเพิ่มความจุได้แล้ว ALPINA ก็มาทำต่อโดยการเปลี่ยนลูกสูบใหม่เป็นแบบหัวนูนเพิ่มแรงอัดของ Mahle , ตั้งโปรแกรมกล่อง Motronic ใหม่ แล้วเปลี่ยนอ่างน้ำมันเครื่องใหม่ เนื่องจากของเดิมจะอยู่ต่ำมาก และไม่เหมาะกับ E36 และเปลี่ยนปั๊มน้ำมันเครื่องเป็นของ ALPINA เอง (ผลิตโดย Ari) จากนั้นก็เดินท่อและ Cat ใหม่ จนมาเป็น เครื่อง V8 4600cc ที่ได้แรงม้าถึง 333 bhp หรือ 245kW และมีแรงบิดที่ 470Nm โดยจะมีแรงบิดมารอให้ใช้ตั้งแต่ 1,000 รอบต่อนาทีที่ 350Nm ซึ่งเท่ากับแรงบิดสูงสุดของ BMW M3 evo !! ซึ่งเครื่องตัวนี้ต่อมา BMW ได้นำไปบรรจุเป็นเครื่องมาตราฐานใน X5 4.6

รถ B8 4.6 นี้จะใช้เกียร์ เป็นแบบธรรมดา 6 Speed ของ Getrag ทั้งหมด

ช่วงล่าง เบรก  .. ช่วงล่างทั้งหมดยังคงใช้พื้นฐานตาม B3 3.2 ทั้งหมดเพราะยังสามารถรองรับสมรรถภาพที่เพิ่มขึ้นได้ แต่ ALPINA ได้เพิ่มระบบ ASC+T เข้าไป ส่วนเบรคนั้น ALPINA ได้เปลี่ยนด้านหน้ามาเป็นจาน Lucas แบบสั่งพิเศษตามเสป๊กของ ALPINA ส่วนเบรคหลังก็ยกทั้งชุดมาจาก BMW M3 โดย B8 4.6 นี้จะเป็น E36 รุ่นเดียวที่ใช้จานแบบมีรูระบายความร้อนทั้งหน้าและหลัง ส่วนล้อและยางยังคงเป็นเสป๊กเดิมคือ ขอบ 17 นิ้ว กว้าง 8 นิ้วในล้อหน้า และ 9 นิ้วในล้อหลัง แต่ เปลี่ยนเสป๊กยางมาเป็น หน้า 235/40 และหลัง 265/35

ภายใน/ภายนอก .. ALPINA ตกแต่ง B8 ตัวนี้ให้หรูหราที่สุด สมกับเป็นรุ่นสุดท้ายโดยการ โดยการตกแต่งภายในทั้งหมดด้วยผ้า และพรมของ ALPINA และเย็บด้วยมือทั้งคัน และเปลี่ยนเบาะทั้งคันเป็น RECARO หนังแบบไฟฟ้าโดยใช้หนังหุ้ม และด้ายเย็บของ ALPINA เอง และเปลี่ยนพวงมาลัยมาเป็น Switch Tronic หนังแท้เย็บด้วยมือเช่นกัน แล้วเปลี่ยนหัวเกียร์เป็นไม้ของ ALPINA กับเปลี่ยน ลายไม้ทั้งคันใหม่เป็นแบบ Ruster Maser หน้าปัดใหม่ซึ่งเป็นแบบพื้นสีฟ้า และเข็มวัดสีแดง และเพิ่มอุปกรณ์ digital-instruments ที่หน้าปัด ส่วนภายนอกนั้น ALPINA ได้เพิ่มสปอยเล่อร์หน้า พร้อมกับคาดลาย ALPINA ทั้งที่สปอยเล่อร์หน้า และตัวถังด้านข้างตามปกติ และ เพิ่ม option สปอยเล่อร์หลัง ให้เลือกได้สำหรับ B8 นี้

สมรรถนะ .. ALPINA เคลมว่า B8-4.6 นี้สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม/ชม ได้ใน 5.6 วินาที และได้ความเร็วสูงสุดมากกว่า 280 กม/ชม โดยอัตราเร่งแต่ละเกียร์นั้นจะเร็วกว่า M3 E36 ทุกรุ่น !

Brought To You By R1000

Back