+++ 2 จำเลย ที่ควรระวัง +++

จากที่เคยโพสว่าใหระวังความร้อนในหน้าร้อน และแล้ว มันก็มาครับ
เมื่อวานเครื่อง heat เลย เข็มความร้อนตีไปที่ ขีดแดง พอเปิดกระโปรงดู น้ำพุ่งมาจากท่อยาง
เลยต้องรอ 30 นาที เพื่อให้ความร้อนลงมา
พอลงก็ต้องไปหาร้านทำ โชคดีเลยไปแค่ 3 กม. ก็มีร้าน ค่อยๆขับไป แป๊บเดียว แดงอีกแล้วแค่ 2 กม. เอง ก็ทนขับไปทั้งอย่างงั้นจนถึง

ช่างก็วิเคราะห์ว่า น่าจะเป็นที่ วาว์ลน้ำ ตัวนี้

เริ่มลงมือรื้อ

ถอกออกแล้ว

ดูใกล้ๆ ก่อน เปลือยใน

ตัวเจ้าปัญหา มันอยู่ในมือ
สปริงไม่ทำงานเลย
เลยทำให้น้ำเข้าไปหล่อเย็นเครื่องยนต์ไม่ดี

ตอนนี้เลยเอามันออก
ไม่ใส่เลย อิอิ

กลับมาเลยต้อง เปลี่ยน ฟรีครัช พัดลม ด้วยเลย
ทำให้ความร้อนลงมา สบาย อิอิ

ลองทดสอบ ขับรอบสูงๆๆ นานๆ ความร้อนก็ไม่เกิน บ่ายโมง ครับ

http://www.autohausaz.com/bmw-auto-parts/bmw-cooling-systems.html

หาอ่านได้ที่นี่เพิ่มเติมครับ
==========Q U O T E ===========================
A Few Important Things to Remember
Heed these cooling system maintenance tips and you're well on your way to ensuring your cooling system won't let you down:

Tip #1: Keep your engine and engine compartment, as well as your radiator fins and grill, as clean as possible. A clean engine runs much cooler - and it's much easier to work on.

Tip #2: Replace coolant at or before factory recommended intervals with the proper type, mixture and volume of coolant. Always allow the coolant system to rid itself of air before installing the radiator cap.

Tip #3: Replace all cooling system hoses - upper and lower radiator hoses, bypass hoses, heater hoses, manifold coolant hoses and any other hoses on your vehicle - whenever you even suspect there may be a problem. All hoses should be replaced at least every two years.

Tip #4: Replace the thermostat with the original temperature setting equivalent. The electronics in your vehicle may use that setting for other controls. Do not substitute under any circumstances.

Tip #5: Replace the radiator/expansion tank cap with the original pressure setting and OE-type equivalent. Some aftermarket substitutions do not seal and hold pressure properly on foreign-manufactured cars. Again, don't substitute.

Tip #6: Adjust or replace the water pump drive belt (external) at recommended intervals or more frequently, if required. Check belts whenever you're working on any coolant system components.

Tip #7: Replace your water pump with an OEM/OES pump at the first signs of trouble or when your timing belt and tensioner are replaced. Watch for signs of overheating - you don't want to break down in the hot sun when your water pump fails.

Tip #8: Replace the fan clutch and/or fan blade as needed (if applicable). Your BMW's temperature gauge is often your best guide as to when your fan clutch needs attention.

Tip #9: Replace temperature sensors as required by diagnosis. Leave troubleshooting of your sensors to BMW experts who have the proper equipment and diagrams.

Tip #10: Keep your entire vehicle properly maintained because of the effect timing, idle speed, exhaust and other systems have on your engine's temperature. Your BMW's cooling system is designed to function with all other systems operating properly. It cannot make up for a poorly operating or overheating engine condition.

Your BMW Cooling System Parts Shopping List
Here's a list of cooling system repair parts you should consider when repairing your BMW's cooling system:

- Coolant -
- Water Pump -
- Water Pump Drive Belt (timing, V-, or flat) -
- Hoses (upper & lower radiator, bypass, heater, manifold coolant, etc.) -
- Radiator -
- Expansion Tank -
- Heater Core -
- Control Valves -
- Temperature Sensors, as applicable* -
- Radiator Cap and/or Expansion Tank Cap -
- Fan Clutch -

*auxilliary fan switch, gauge sender, warning light sender, lambda, fuel injection, thermo-time switch, etc.


สำหรับใครที่ ภาษาต่างชาติ ไม่แข็งแรงนะ

http://www.carscare.com/basic/basic-a8.html

================== Q U O T E =============================
ระบบระบายความร้อน หรือหล่อเย็น (Cooling System)
เมื่อเครื่องยนต์ทำงาน อุปกรณ์ต่างๆ ในเครื่องยนต์เคลื่อนที่ การที่โลหะ 2 ชิ้น ทำงานเสียดสีกัน ก็จะต้องมีการหล่อลื่น ด้วยระบบหล่อลื่น (Lubricating System) ช่วยลดแรงเสียดสี แต่ในบริเวณที่มีความร้อนสูงเช่น ผนังกระบอกสูบ มีการเสียดสีกัน ระหว่างลูกสูบ และกระบอกสูบ อีกทั้งยังมีการจุดระเบิดจากหัวเทียนด้วย ความร้อนบริเวณนี้จะมีมากเป็นพิเศษ ดังนั้น เครื่องยนต์จึงต้องออกแบบ ให้บริเวณผนังของกระบอกสูบ และบริเวณต่างๆ ที่มีความร้อนมาก เป็นโพรงช่องว่าง เพื่อที่จะให้น้ำใหลเวียนถ่ายเทเอาความความร้อน ออกจากบริเวณนั้น ในขณะที่เครื่องกำลังทำงานอยู่



วงจรการทำงานของระบบระบายความร้อน
อุปกรณ์ที่จำเป็นในระบบระบายความร้อน ได้แก่ ปั้มน้ำ (Water pump), วาล์วน้ำ (Thermostat), ท่อยางหม้อน้ำ (Radiator hoses), หม้อน้ำ (Radiator), พัดลมระบายความร้อน (Fan) ทำงานประสานกันคือ นับตั้งแต่สตาร์ทเครื่อง ตัวปั้มน้ำก็จะทำงานโดยได้รับแรงหมุนจากสายพาน ซึ่งต่อมาจากการหมุนพูลเล่ย์ ของแกนเพลาข้อเหวี่ยง การที่ปั้มน้ำทำงาน เป็นผลทำให้มีน้ำใหลเวียนอยู่ในโพรงผนัง ของเสื้อสูบ และบริเวณที่มีความร้อน



ช่วงแรกของการอุ่นเครื่อง น้ำยังคงไหลเวียน อยู่ในโพรงผนังรอบเครื่องยนต์ เนื่องจากวาล์วน้ำยังไม่ทำงาน เมื่อเครื่องยนต์เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ อุณหภูมิของน้ำที่ไหลเวียนอยู่รอบๆ เสื้อสูบก็เพิ่มขึ้น จนถึงจุดที่ทำให้วาล์วน้ำทำงาน เมื่อวาล์วน้ำได้รับความร้อนถึงจุดหนึ่ง ก็จะเปิดช่อง ยอมให้น้ำที่หมุนเวียนอยู่รอบเสื้อสูบ ถ่ายเทออกไปนอกเครื่องยนต์ ผ่านไปตามท่อยางหม้อน้ำ เพื่อไปเข้าสู่ทางเข้าหม้อน้ำด้านบน น้ำร้อนก็จะไหลจากด้านบนลงล่าง ผ่านครีบระบายความร้อนหม้อน้ำ (หรือที่เรียกกันว่ารังผึ้ง) ขณะเดียวกัน พัดลมระบายความร้อนหมุน เพื่อดูดอากาศที่อยู่ด้านหน้าหม้อน้ำ ผ่านครีบระบายความร้อนหม้อน้ำ ออกมาทางด้านหลัง น้ำร้อนที่ใหลจากด้านบนลงมา ก็จะมีอุณหภูมิลดลง ที่ด้านล่างหม้อน้ำ ก็จะมีท่อยางหม้อน้ำ ต่อไปสู่ทางเข้าผนังเสื้อสูบอีกที ทำให้น้ำที่มีอยู่ในระบบ ไหลเวียนไปมาระหว่างโพรงผนังห้องเครื่อง กับหม้อน้ำได้อย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่วาล์วน้ำยังคงเปิดอยู่


ที่บริเวณหม้อน้ำ จะมีฝาหม้อน้ำ (Radiator cap) และถังน้ำสำรอง (Coolant Reserve tank) ทำหน้าที่ดังนี้คือ ในขณะที่เครื่องยนต์ มีอุณหภูมิสูงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ น้ำจะเกิดการขยายตัว เพื่อดันตัวเองออกจากหม้อน้ำ ฝาหม้อน้ำ จะช่วยต้านแรงดันนี้ไว้ระดับหนึ่ง แต่เมื่อน้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้นอีก ไอน้ำที่เกิดขึ้นบริเวณฝาหม้อน้ำ จะมีแรงดันสูงกว่าที่ฝาหม้อน้ำจะต้านทานได้ ก็จะดันสปริงวาล์วฝาหม้อน้ำให้เปิดออก แล้วน้ำก็จะใหลออกไปทางท่อน้ำล้น ที่อยู่บริเวณปากฝาหม้อน้ำ ซึ่งจะมีสายต่อจากรูนี้ไปที่ถังน้ำสำรอง ในทางกลับกัน ขณะที่อุณหภูมิน้ำลดลง ความดันในระบบระบายความร้อนเริ่มต่ำลง น้ำที่อยู่ในถังน้ำสำรอง ก็จะถูกดูดกลับเข้าไปสู่หม้อน้ำ


ที่มา: http://www.carscare.com/basic/basic-a8.html

ส่วนจำเลยที่ สอง ข้อหาไม่หนักเท่ารัย แต่ ตอนรถติดๆ จะมีปัญหาเยอะ

เขาคือ Fan Clutch ครับ

เราสามารถตรวจสอบได้คร่าวๆ ว่ายังใช้งานได้ดีหรือเปล่าโดยการ
ดับเครื่องก่อนครับ แล้วใช้มือลองหมุนที่ ใบพัดลมหน้าเครื่อง ถ้าหมุนแล้วมีแรงต้าน หรือพัดลมหมุนไปได้นิดเดียว แบบฝืดๆ นั่นแสดงว่ายังดีอยู่แต่ต้องตรวจสอบในขั้นตอนต่อไป แต่ถ้าหมุนได้เยอะ ก็แสดงว่า fan clutch กลับบ้านเก่าถึงเวลาเปลี่ยนแล้วครับ

ขั้นตอนต่อไป ลองติดเครื่องที่รอบเดินเบาปรกติ สัก 5-10 นาที ถ้าความร้อนขึ้นมา ที่ 10 โมง ตรวจสอบพัดลมว่า มีลอพัดผ่านตัวเครื่องมากกว่าเดิมหรือไม่ ฟังเสียงดูก็น่าจะรู้
ถ้าความร้อนขึ้นไปถึง ขีด บ่ายโมง แล้วพัดลมยังเหมือนเดิม ก็แสดงว่า fan clutch ไปแล้ว

http://www.bmwe34.net/E34main/Trouble/Overheating.htm
By ... TRD-E34 #257

Back